ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนด้านการศึกษา

คำนำ
จากกระแส พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ มีข้อความเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง ความตอนหนึ่งว่า " แบบพอมีพอกินหมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับ..... การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่ พอกินและมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่อย่างพอมีพอกินตัวเอง....." เป็นกระแสพระราชดำรัสซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในสภาวะ วิกฤตอัน ทรงคุณค่ายิ่ง รวมทั้งรัฐบาลในชุดปัจจุบันได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศ ที่มุ่งเน้นนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาเป็นพื้นฐานในการพัฒนา โดยการประสานความร่วมมือกันของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน เพื่อให้มีการพัฒนา เศรษฐกิจแบบพอเพียง สามารถพึ่งตนเองได้

กระทรวง ศึกษาธิการมีความตระหนักในภารกิจที่สำคัญดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนซึ่งเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาตาม แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔) มุ่งเน้นนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนา ประเทศจึงจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อดำเนินโครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอ เพียง เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิต ที่พอเพียงเห็นคุณค่าของทรัพยากรต่างๆ ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและเห็น คุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม และเอกลักษณ์ของความเป็นไทย โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันรับผิดชอบเพื่อให้มี ความต่อเนื่องและยั่งยืน นำสู่วิถีชีวิตของประชาชน สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ได้ตามแนวพระราชดำรัส และนโยบายรัฐบาล รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้ประเทศชาติโดยรวมพัฒนาต่อไปอย่าง เต็มศักยภาพ โดยใช้รูปแบบการจัดการศึกษาบนพื้นฐาน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กระทรวงศึกษาธิการ
มิถุนายน ๒๕๕๐
 
การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่สถานศึกษา
ความเป็นมา
ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและวิถีปฏิบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชดำรัสชี้แนะแก่ พสกนิกรชาวไทยมานานกว่า ๓๐ ปี ดังจะเห็นได้ว่า ปรากฏความหมายเป็นเชิงนัยเป็นครั้งแรกใน พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี ๒๕๑๗ ที่พระองค์ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการพัฒนา บนหลักแนวคิดพึ่งตนเอง เพื่อให้เกิดความพอมี พอกิน พอใช้ของคนส่วนใหญ่ โดยใช้หลักความพอประมาณ การคำนึงถึงการมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว และทรงเตือนสติ ประชาชนคนไทยไม่ให้ประมาท ตระหนักถึงการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชา และการมีคุณธรรมเป็นกรอบในการ ปฏิบัติและการดำรงชีวิต

ใน ช่วงที่ประเทศไทยประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ นับเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ประชาชนเข้าใจถึงผลจากการพัฒนา ที่ไม่คำนึงถึงระดับความเหมาะสมกับศักยภาพของประเทศ พึ่งพิงความรู้ เงินลงทุน จากภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยไม่ได้สร้างความ มั่นคงและเข้มแข็ง หรือสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีภายในประเทศ ให้สามารถพร้อมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของปัจจัยภายในและภายนอก จนเกิด วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย

รัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดการพัฒนาที่ ยั่งยืนในสังคมไทยอย่างเป็นระบบ ด้วยการกำหนดนโยบาย ด้านการศึกษา โดยนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ใช้คุณธรรม เป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง สถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนา ให้มี ส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล และยั่งยืน
 
วัตถุประสงค์
เพื่อ ให้สถานศึกษานำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติในทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล เกิดการปรับเปลี่ยน กระบวนทัศน์ ในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างต่อเนื่อง
 
วิสัยทัศน์
กระทรวง ศึกษาธิการมุ่งพัฒนาสถานศึกษาในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไป จัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ส่งผลสู่การดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของผู้เรียน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา อย่างต่อเนื่อง
 
เป้าหมาย
ระยะที่ ๑ ปี ๒๕๕๐
กำหนด ให้มีสถานศึกษาที่สามารถเป็นแบบอย่าง ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ไม่ต่ำกว่า จำนวน ๘๐ แห่ง
ระยะที่ ๒ ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๒
พัฒนา และขยายเครือข่ายสถานศึกษาที่เป็นแบบอย่าง ในการจัดกระบวนการเรียน การสอนและการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ทุกจังหวัดเป็น จำนวน ๘๐๐ แห่ง
ระยะที่ ๓ ปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๔
พัฒนา ให้สถานศึกษาสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละ สถานศึกษาได้ครบทุกแห่งทั่วประเทศ
 
ยุทธศาสตร์และแนวทางการขับเคลื่อน

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง

แนวทางการขับเคลื่อน
๑.๑ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยแนวทางการนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปจัดการการศึกษา
๑. ๒ จัดทำแนวทางการจัดการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนการสอน ทุกระดับการศึกษา โดยสอดแทรกสาระเศรษฐกิจพอเพียงไว้ในในสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามลำดับโดยเริ่มให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ระดับบุคคล และครอบครัว รู้จักนำไปประยุกต์ใช้ นำไปขยายผลในครอบครัวและชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ
๑.๓ จัดทำแนวทางการจัดระบบบริหารจัดการของสถานศึกษาตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาบุคลากร

แนวทางการขับเคลื่อน
๒.๑ อบรมสัมมนาผู้บริหารการศึกษาให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. ๒ ฝึกอบรมและพัฒนา ผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษากลุ่มเป้า หมาย ให้สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปบูรณาการสู่การเรียนการสอนและการ บริหารจัดการ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การขยายผลและพัฒนาเครือข่าย

แนวทางการขับเคลื่อน
๓. ๑ ให้สถานศึกษาที่เป็นแบบอย่างเข้าไปช่วยเหลือพัฒนาสถานศึกษาที่เข้าร่วม โครงการ ๑:๑๐ แห่ง ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ
๓.๒ ให้มีระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และส่งเสริม สนับสนุน ประสานการดำเนินงานของเครือข่าย
๓.๓ จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศและเชื่อมโยงเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

แนวทางการขับเคลื่อน
๔.๑ เผยแพร่การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการศึกษาโดยจัดทำสื่อรูปแบบต่าง ๆ
๔.๒ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความก้าวหน้าของการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การพัฒนากระบวนการติดตามและประเมินผล

แนวทางการขับเคลื่อน
ใน การติดตามและประเมินผลเพื่อทราบการดำเนินงานด้านการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการและการพัฒนาเครือข่าย โดยมีแนวทางในการดำเนินงานดังนี้
๕. ๑ จัดให้มีคณะกรรมการติดตามประเมินผลระดับกระทรวง ระดับภูมิภาค และระดับสถานศึกษา โดยให้คณะกรรมการมีหน้าที่ติดตาม ประเมินผลและรายงานผล การดำเนินงานในภาพรวม ระดับภูมิภาคและสถานศึกษา
๕.๒ กำหนดรูปแบบ แนวทาง เครื่องมือและคู่มือในการติดตามและประเมินผล
๕.๓ ดำเนินการติดตามประเมินผลและรายงานผล
 
ตัวชี้วัดความสำเร็จ

การติดตามประเมินผลได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จไว้ ๔ ด้าน คือ
๑. ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา
๒. ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
๓. ด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๔. ด้านการพัฒนาบุคลากร

ที่มา : http://www.sufficiencyeconomy.org/force.php

Putthaisong Links

เที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์
โรงเรียนพุทไธสง
โรงเรียนบ้านแดงฯ
โรงเรียนอนุบาลพุทไธสงฯ
โรงเรียนวัดท่าเยี่ยม
โรงเรียนตงศิริราษฎร์อนุสรณ์
โรงเรียนบ้านคูณสระแก้วฯ
โรงเรียนบ้านเป้าฯ
โรงเรียนวัดธรรมประสิทธิ์
โรงเรียนวัดสระบัว
โรงเรียนวัดสุวรรณาราม
โรงเรียนบริหารธุรกิจรักไทย
โรงเรียนอนุบาลทรัพย์ปัญญา
โรงเรียนวัดโพธิ์
โรงเรียนบ้านบุ่งเบา
โรงเรียนวัดวรดิษฐ์
โรงเรียนบ้านดอนตูม
โรงเรียนวัดเทพรังสรรค์
โรงเรียนบ้านแคน
โรงเรียนบ้านยางนกคู่
โรงเรียนบ้านเพียแก้ว
โรงเรียนบ้านดอน
โรงเรียนชุมชนบ้านหายโศก
โรงเรียนวัดหงษ์
โรงเรียนวัดวงษ์วารี
โรงเรียนบ้านซาดศึกษา
เว็บครูใหญ่ไธสง
เว็บไธสงดอทคอม